วันเสาร์, พฤศจิกายน 17, 2018
Home > Reviews > รีวิว Huawei P9 Plus 64GB Gold ร้านขายมือถือมาบุญครอง MBK
ReviewsTechnology

รีวิว Huawei P9 Plus 64GB Gold ร้านขายมือถือมาบุญครอง MBK

Huawei P9 Plus สมาร์ทโฟนกล้องคู่เลนส์จาก Leica หน้าจอ 5.5 นิ้วดีไซน์ที่เรียบหรูด้วยตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 6.95 มิลลิเมตร จอแสดงผลแบบ AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920×1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi) พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Octa-Core HiSilicon Kirin 955 ความเร็วในการประมวลผล 2.5 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 6.0 (Marshmallow)
หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 64 GB และ RAM ขนาด 4 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE Cat6, 3G HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน NFC, Bluetooth หรือ Infrared
กล้องดิจิทัลแบบคู่ (Dual Camera) ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 12+12 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน PixelsE/3G WCDMA/3G TD-SCDMA/2G GSM)
– 4G LTE Band 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 12, 17, 18, 19, 20, 26, 28, 38, 39, 40, 41 (700/800/850/900/1700/1800/1900/2100/2300/2600 MHz)
– 3G WCDMA/HSPA Penta Band (800/850/900/1900/2100 MHz)
– 3G TD-SCDMA Band 34, 39
– 2G GSM Quad Band (850/900/1800/1900 MHz)

– รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดพร้อมกันภายในเครื่องเดียว (Dual SIM : Dual Standby)
– รองรับการใช้งานร่วมกับซิมการ์ดแบบ nanoSIM
– เสารับสัญญาณ 3 ตัว
ขนาด 152.3×75.3×6.98 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 162 กรัม
ชนิดจอแสดงผลแบบ AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920×1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi)
– หน่วยประมวลผลกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-T880 MP4
– กระจกหน้าจอขอบนูนแบบ 2.5D Corning Gorilla Glass 4 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วน
– เทคโนโลยี Press Touch (3D Touch) สำหรับตรวจจับแรงกดบนหน้าจอ (Screen Pressure Recognition)
– User Interface แบบ EMUI 4.1
– ระบบสัมผัสแบบหลายจุด (Multi-Touch)
– ระบบ Accelerometer Sensor สำหรับช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้
– ระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน
– ระบบ Ambient Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม
– ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบ Gyro Sensor
– เซ็นเซอร์ตรวจจับการเปิด-ปิดของฝาเคส (Hall Sensor)
ชนิดแบตเตอรี่ Li-Ion 3400 mAh
– รองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง (Dual-IC Rapid Charge : Fast Battery Charging) (ชาร์จแบตเตอรี่ 10 นาที สามารถใช้สนทนาได้นาน 6 ชั่วโมง)
ระยะเวลารอรับสายสูงสุด ประมาณ – ชั่วโมง
ระยะเวลาสนทนาสูงสุด ประมาณ – ชั่วโมง ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต 64-bit Octa-Core HiSilicon Kirin 955 ความเร็วในการประมวลผล 2.5 GHz (ซีพียู Quad-Core Cortex-A72 ความเร็ว 2.5 GHz และซีพียู Quad-Core Cortex-A53 ความเร็ว 1.8 GHz)
ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 6.0 (Marshmallow)
หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 64 GB
หน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB
รองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB (ใช้งานร่วมกับช่องใส่ซิมการ์ดที่สอง)
หน่วยความจำสมุดโทรศัพท์
บันทึกข้อมูลการโทร (โทรออก, รับสาย, ไม่รับสาย)

SMS (Short Messaging Service)

MMS (Multimedia Messaging Service)
Email
– รองรับการใช้งานระบบ Push Email
– รองรับการใช้งานบริการระบบอีเมลของ Gmail
Instant Messaging (Google Hangouts)
SNS (Social Network Service)
– รองรับการใช้งาน Google+, Facebook, Twitter
ระบบสะกดคำอัตโนมัติ

HTML Browser 
– รองรับมาตรฐาน HTML5
WiFi (WLAN : Wireless LAN : 802.11 a/b/g/n/ac)
– รองรับความถี่ WiFi แบบ Dual Band (2.4 และ 5 GHz)
– เทคโนโลยี WiFi Direct รองรับการเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องได้โดยตรง โดยไม่ต้องอาศัยเครือข่าย หรือตัวกระจายสัญญาณ WiFi
– สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่รองรับเครือข่ายแบบ DLNA (Digital Living Network Alliance)
– ฟังก์ชัน WiFi hotspot สำหรับการแชร์อินเทอร์เน็ตผ่านทางสัญญาณ WiFi
LTE Cat6 (ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 300 Mbps : ความเร็วในการอัพโหลดสูงสุด 50 Mbps)
HSDPA (42.2 Mbps) : HSUPA (5.76 Mbps)
EDGE
GPRS
NFC (Near Field Communication : การสื่อสารข้อมูลระยะใกล้ : อ่าน, เขียน, แชร์)
Bluetooth เวอร์ชัน 4.2
– รองรับเทคโนโลยี BLE (Bluetooth Low Energy)
– รองรับการเชื่อมต่อใช้งานกับหูฟัง Bluetooth แบบ Stereo (A2DP)
Infrared Port
USB Type-C 1.0 (High Speed USB) (สามารถสลับด้านของหัวต่อได้อย่างอิสระ)
ช่องต่อสายหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร
ระบบ GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง)
– ฟังก์ชัน A-GPS ในตัว (Assisted Global Positioning System)
– รองรับการใช้งานกับระบบดาวเทียมของรัสเซีย (GLONASS : Global Navigation Satellite System)
– รองรับการใช้งานกับระบบดาวเทียมของจีน (BDS : Beidou Global Navigation Satellite System)
– ระบบเข็มทิศดิจิทัล (Digital Compass)
– ค้นหาข้อมูลแผนที่ผ่านทางโปรแกรม Google Maps
ค้นหาและดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่านทาง Google Play Store
ค้นหาและเปิดดูคลิปวีดีโอบน YouTube
ค้นหาข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่น Google Search และฟังก์ชัน Google Now

เสียงเรียกเข้าแบบ Polyphonic Ringtones 
– รองรับไฟล์เสียงเรียกเข้าแบบ MP3, WAV
– แสดงรูปภาพขณะมีสายเรียกเข้า (Photo Caller ID)
– ระบบสั่นในตัว
นาฬิกาบอกเวลา
นาฬิกาแสดงเวลาทั่วโลก
ตั้งปลุก
แอปพลิเคชัน Organizer
ปฏิทินพร้อมบันทึกนัดหมาย
เครื่องคิดเลข
แอปพลิเคชันเล่นไฟล์เพลง MP3, MIDI, AMR-NB, AAC, AAC+, eAAC+, AMR-NB, WMA, RA, PCM, OGG, FLAC
แอปพลิเคชันเล่นไฟล์วิดีโอ MPEG4, 3GP, WMV, RM, RMVB, ASF
ลำโพงเสียงแบบคู่ (Dual Speakers : Stereo Speakers) ที่ด้านบน และด้านล่างของตัวเครื่อง
แอปพลิเคชันเปิดอ่านไฟล์เอกสาร
ไมโครโฟนแยกเฉพาะสำหรับการสนทนา พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก
บันทึกเสียง
Handsfree และ Speakerphone ในตัว

เทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องแบบ All-Metal Unibody (ตัวเครื่องอะลูมิเนียมถูกขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน)
– ใช้อะลูมิเนียมคุณภาพสูงระดับเดียวกันกับที่ใช้ในการผลิตอากาศยาน (Aerospace-Class)
เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor) ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง สำหรับตรวจสอบสิทธิ์ของการเข้าใช้งานเครื่อง และการเข้าถึงข้อมูลภายใน
กล้องดิจิทัลแบบคู่ (Dual Camera) ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
– กล้องดิจิทัลตัวที่หนึ่ง ความละเอียดระดับ 12 ล้านพิกเซล
– กล้องดิจิทัลตัวที่สอง ความละเอียดระดับ 12 ล้านพิกเซล
– เลนส์คู่คุณภาพสูงจาก Leica
– เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Backside-illuminated Sensor (BSI CMOS) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการถ่ายภาพในที่มืด
– ขนาดของจุดพิกเซล 1.25 ไมครอน (ไมโครเมตร)
– ขนาดของรูรับแสง (Aperture) กว้างสูงสุดที่ F/2.2
– ทางยาวโฟกัส 27 มิลลิเมตร
– ไฟแฟลชในตัว (Dual-LED : Dual-Tone Flash)
– เทคโนโลยี IMAGEsmart 5.0
– ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ Hybrid Autofocus (Phase Detection Autofocus) (โฟกัสด้วยลำแสงเลเซอร์)
– ระบบเลือกจุดโฟกัสภาพด้วยการสัมผัส (Touch Focus)
– ฟังก์ชัน Face Detection ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการโฟกัสไปที่ใบหน้าของผู้ถูกถ่าย
– ฟังก์ชัน Smile Detection ถ่ายภาพอัตโนมัติเมื่อผู้ถูกถ่ายมีการยิ้ม
– โหมดถ่ายภาพแบบ HDR (High Dynamic Range)
– โหมดถ่ายภาพในแนวกว้าง (Panorama Mode)
– ฟังก์ชัน Geotagging รองรับการแนบข้อมูลพิกัดตำแหน่งบนพื้นโลกไปกับรูปถ่าย
– ฟังก์ชันตกแต่งแก้ไขรูปภาพ
– ถ่ายภาพวิดีโอ (Full HD : 1080p : 1920×1080 Pixels : 60 fps)
กล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels (3264×2448 Pixels)
– ขนาดของรูรับแสง (Aperture) กว้างสูงสุดที่ F/1.9
– ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ (Auto Focus)
– ถ่ายภาพวิดีโอ (Full HD : 1080p : 1920×1080 Pixels)
– รองรับการใช้งานฟังก์ชัน Video Calling (สนทนาพร้อมภาพวิดีโอ)
มี 3 สีมาตรฐานให้เลือก (Haze Gold, Quartz Grey และ Ceramic White)
เปิดตัวครั้งแรก เมื่อ เดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2016

คุณสมบัติในเบื้องต้นของ Huawei P9 Plus

– ตัวเครื่องมีขนาด 152.3×75.3×6.98 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 162 กรัม
– หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1080×1920 พิกเซล) พร้อมรองรับฟีเจอร์ Press Touch ที่สามารถรับแรงกดได้มากถึง 4 ระดับ (คล้ายคลึงกับฟีเจอร์ Force Touch)
– หน่วยประมวลผลใช้ชิปเซ็ต Octa-Core Kirin 955 ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผล 2.5 GHz
– หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-T880 MP4
– หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB
– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64 GB ซึ่งรองรับการเพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD 
– กล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) จากบริษัท Leica โดยมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ขนาด F/2.2 และระบบการโฟกัสภาพแบบ Hybrid Autofocus
– กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล 
– แบตเตอรี่ขนาด 3400 mAh
– ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ซึ่งถูกครอบทับด้วย EMUI 4.1
– เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังของตัวเครื่อง
– รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 

 

จุดเด่นสำคัญสำหรับ Huawei P9 และ P9 Plus คือกล้องดิจิทัลด้านหลังแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดพิกเซล 1.25 ไมครอนไฟแฟลช LED แบบ Dual-Tone และระบบการโฟกัสภาพแบบ Hybrid Autofocus ที่ได้รับการพัฒนาจากบริษัท Leica ผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพสุดไฮเอนด์ระดับตำนานจากประเทศเยอรมนี โดยกล้องตัวแรกรองรับการถายภาพสีแบบ RGB ส่วนกล้อง
อีกตัวจะรองรับการถ่ายภาพแบบ Monochrome หรือการถ่ายภาพขาว-ดำ ซึ่งกล้องทั้ง 2 ตัวจะทำงานผสานกัน จึงทำให้ภาพที่ได้มีสีสัน และรายละเอียดในส่วนสีขาว-ดำคมชัดมากกว่าการถ่ายด้วยกล้องทั่วไป รวมถึงสามารถปรับโฟกัสหลังจากทำการถ่ายภาพได้ด้วยเช่นกัน

 

 

Huawei P9 และ P9 Plus จะวางจำหน่ายทั้งหมด 6 สีด้วยกัน ซึ่งได้แก่ สีขาว (Ceramic White), สีน้ำตาลทอง (Haze Gold), สีทองชมพู (Rose Gold), สีเทา (Titanium Grey), สีเงิน (Mystic Silver) และสีทอง (Prestige Gold) โดยจะวางจำหน่ายแยกตามหน่วยความจำแรม (RAM) และหน่วยความจำภายใน (ROM) ดังนี้

Huawei P9 Plus เป็นสมาร์ทโฟนไฮเอนด์จากหัวเว่ยที่มีความโดดเด่นในเรื่องกล้องถ่ายภาพหลังไลก้าที่สุด และดูเหมือนหัวเว่ยจะเน้นจุดขายนี้เป็นพิเศษกว่าเรื่องสเปกที่ปัจจุบันจะคล้ายกันจนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แน่นอนว่าหัวเว่ยทำได้ดีมากจนกลายเป็นการแจ้งเกิดแบรนด์ตำนานอย่างไลก้าในตลาดสมาร์ทโฟนได้อย่างยอดเยี่ยม กล้องคู่ที่มีอยู่แล้วในตลาดก็ถูกพัฒนาให้มาเพิ่มประสิทธิกล้อง ซึ่งถือเป็นความคิดที่ดี จน P9 น่าจะถูกใจผู้ใช้ที่ชอบถ่ายภาพไปถึงช่างภาพมืออาชีพที่กำลังมองหามือถือกล้องสวย Huawei P9 ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ทีมงานแนะนำให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกไฮเอนด์สมาร์ทโฟนของปีนี้

โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบภาพ Monochrome Huawei P9 Plus น่าจะเป็นสมาร์ทโฟนตัวเดียวที่มีจิตวิญญาณของภาพ Monochrome ขาวดำที่สวยสุดในตลาดตอนนี้แล้ว

ในส่วนโมเดลที่จะเข้ามาขาย ราคา วันวางจำหน่ายและคะแนนภาพภาพรวมทั้งหมด ทีมงานขอติดผู้อ่านไว้ก่อน รอให้หัวเว่ยประเทศไทยประกาศอย่างเป็นทางการก่อน แล้วทีมงานจะกลับมาให้ในส่วนคะแนนภาพรวมเพิ่มเติมภายหลัง

อัปเดต : เปิดราคา Huawei P9 Plus ในบ้านเราจะเป็นรุ่นความจุ 64GB แรม 4GB พร้อมรองรับซิมโทรศัพท์ Dual Sim โดยในส่วนราคาอยู่ที่ 21,990 บาท มี  สี ได้แก่ สีทอง สินค้าราคาส่ง ติดต่อตัวแทนจำหน่ายสอบถามราคาเพิ่มเติม สินค้าเครื่องศูนย์ รับประกัน 1 ปี ศูนย์บริการสอบถาม (02-250-9422)

 

6 -ข้อแตกต่างระหว่าง Huawei P9 และ Huawei P9 Plus

1) Display Plus หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นเป็น 5.5 นิ้ว (จาก 5.2 นิ้ว) และได้เปลี่ยนมาใช้เป็นหน้าจอ AMOLED แทน IPS อย่างที่ได้บอกไปแล้วข้างบนโน้น

2) Power Plus ความจุแบตเตอรี่เพิ่มเป็น 3400 mAh (จาก 3000 mAh) พร้อมระบบชาร์จแบต Dual IC ทำให้ชาร์จแบตเร็วขึ้นไปอีก 60 นาทีได้แบต 70% และเต็ม 100% ใน 110 นาที

3) Sound Plus ลำโพงคู่สเตอริโอ ที่ปล่อยเสียงกังวาลแบบเซอร์ราวด์ในแนวนอน หรือปรับเป็นลำโพง Hi-Fi ในแนวตั้ง (จากที่ทดลองแอบผิดหวังนิดๆ เพราะเวลาเปิดโหมดแนวนอนแล้วเสียงมันไม่อยู่ตรงกลาง คือมันจะเอียงไปทางลำโพงด้านท้ายเครื่องหน่อยๆ ครับ แต่แนวตั้งนี่ดีงามเลย)

4) Selfie Plus กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล f/1.9 เพิ่ม Auto Focus เข้ามาให้ภาพเซลฟี่คมชัดขึ้นไม่ว่าจะโคลสอัพใกล้หรือถ่ายไกลๆ กว้างๆ กับเพื่อนหลายๆ คน

5) Touch Plus หน้าจอรองรับแรงกดด้วยเทคโนโลยี Press Touch (เห็นในจีนมีเฉพาะรุ่น 128GB ต้องรอยืนยันว่ามีในรุ่น 64GB ที่จำหน่ายในไทยหรือไม่) เพื่อนๆ ไปลองทดสอบตัวโชว์มาแล้ว มี Press Touch ครับข้อมูล

6) Remote Plus เพิ่ม Infrered หรือ IR Blaster มาให้ใช้งานเป็น universal remote ใช้เป็นรีโมทแทนทุกสิ่งอย่างภายในบ้านได้เลย

Huawei P9 Plus

วางจำหน่ายเฉพาะรุ่นหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4 GB พร้อมหน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64 GB ประมาณ 21,990 บาท 

          

 

ร้าน Link Mobile-Mbk ยินดีให้บริการ EMS ด่วนพร้อมจัดส่งสินค้าทั่วประเทศด้วยระบบ พกง. กรณีจัดส่งสินค้าแบบด่วนชำระเงินค่าสินค้าปลายทาง เพียงแจ้ง ชื่อรุ่น สินค้า ที่อยู่ เบอร์โทร หรือ inbox ข้อความ ทาง www.facebook.com/linkmobile หรือ Official Line: @linkmobilembk  ในเขตปริมณฑล ลูกค้าสามารถรับสินค้าที่ปณ.ปลายทาง ที่ระบุ

Facebook Comments